ด้านข้างอุโบสถยังมีพระพุทธรูปโบราณ หล่อด้วยสำริด ศิลปะสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๒ ศอก เรียกขานกันว่า “หลวงพ่อโพธิ์”
บรรยากาศในบริเวณวัดจอมสุดาราม ถือว่ามีความสงบร่มรื่นพอสมควร กุฏิสงฆ์ตั้งไว้เป็นหมวดหมู่เรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ มีทั้งหมด ๘ คณะ มีความสะอาดตา สำหรับต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกภายในวัด มีให้เห็นเป็นจำนวนมาก ทำให้วัดแลดูร่มรื่น ด้วยความที่วัดจอมสุดาราม เป็นวัดที่มีพื้นที่ไม่กว้างขวางมากนัก และมีสถานที่ตั้งในเขต ชุมชนวัดไพรงาม ทำให้มีผู้คนเดินผ่านเข้าออกเป็นจำนวนมาก จึงมีปัญหาในการปกครองและบริหารจัดการบ้าง เช่น เรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นต้น
ประวัติหลวงพ่อจันทน์หอม
ภาพหลวงพ่อจันทน์หอม พระประธานประจำอุโบสถ วัดจอมสุดาราม(ไพรงาม)
ประวัติพระประธานในอุโบสถวัดจอมสุดารามพระประธานในโรงอุโบสถวัดจอมสุดราม (ไพรงาม) ไม่ปรากฏนามและผู้สร้าง ที่ชัดเจน ทราบเพียงว่าเป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัย มีขนาดหน้าตักกว้าง ๒ .๑๖ เมตร หรือ ๔ ศอก ๑ คืบ สูงจากพื้นฐานชุกชีถึงยอดพระเกศ ๒.๓๓ เมตร (ไม่รวมรัศมีเปลวเพลิง ๖๓ ชม.) เท่ากับ ๔ ศอก ๒ คืบ
เพื่อต้องการแก้ปัญหาให้ถาวร ช่างผู้ชำนาญการจึงได้สกัดเอาผิวปูนออกและเจาะรูเข้าไปในองค์พระประธาน เพื่อระบายความชื้น เมื่อช่างใช้สว่านเจาะเข้าไปผลที่ปรากฏออกมากลับเป็นผงไม้จันทน์หอม ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ สร้างความปลิ้มปีติยินดีแก่ช่างและเจ้าหน้าที่วัดที่คุมการบูรณะอยู่เป็นอย่างยิ่ง
ปรากฏการณ์สิ่งที่น่าอัศจรรย์ยังเกิดขึ้นไม่จบ เมื่อคุณไพฑูรย์เล่าว่า มีผู้ศรัทธามอบไม้จันทน์หอมเพื่อแกะสลักเป็นพระพุทธรูปสองท่อน เพื่อทำเป็นพระพุทธรูปสององค์และนำมาไว้ที่บ้าน แต่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ทำให้น้ำพัดพาเอา ท่อนไม้จันทน์หอมหายไปด้วย สร้างความเสียใจให้กับคนรับและคนมอบเป็นอย่างมาก
แต่การณ์กลับเป็นว่า ในไม่กี่เดือนต่อมา หลังน้ำลด ได้มีคนเอาท่อนไม้จันทน์หอมมามอบให้ใหม่ โดยมีท่อนใหญ่กว่าเดิม และเมื่อแกะสลักเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณไพฑูรย์คิดว่าจะนำไปประดิษฐานที่ไหน ก็มีเหตุดลใจให้นำมาถวายที่วัดจอมสุดาราม เพื่อความงดงามสมส่วนบนแท่นพระประธาน ที่สำคัญคือทั้งพระประธานและพระพุทธรูปคู่บริวาร ล้วนสร้างจากไม้แก่นจันทน์หอมทั้งหมด
ที่น่าแปลกใจอีกอย่างที่ควรกล่าวถึงก็คือ เมื่อคุณฐิระวัตร ปรารภที่จะบูรณะพระประธานก็ได้กราบเรียนประสานกับพระเดชพระคุณพระเทพปฏิภาณวาที เจ้าคณะเขตดุสิต ให้พิจารณาหาวัดที่เหมาะสมอยู่หลายวัด แต่ก็มาลงเอยที่พระประธานวัดจอมสุดาราม ซึ่งเป็นที่มาของเรื่องเล่าอันน่าอัศจรรย์ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น
” ชาตุ จิริ สติ ธมฺโม “
ขอพระสิทธรรมขององค์พระศาสคาสัมมาสัมพุทธเจ้า จงคำรงคงมั่นอยู่ตราบ ชั่วกาลนาน เทอญ

